แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ RFID แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ RFID แสดงบทความทั้งหมด

วันเสาร์ที่ 5 กรกฎาคม พ.ศ. 2551

ต่อไปมาดูประโยชน์ของ RFID กับการกระจายสินค้ากันครับ

โดย บริษัท อินเตอร์เมค เทคโนโลยีส์ คอร์ปอเรชั่น-ประเทศไทย



อาร์เอฟไอดี (Radio Frequency Identification : RFID) ถูกมองว่าเป็นเทคโนโลยีแห่งอนาคต การใช้งานแถบป้าย (tag) อาร์เอฟไอดีส่วนใหญ่ในปัจจุบันจึงเน้นในเรื่องการช่วยเชื่อมโยงพันธมิตรทาง การค้าและสนับสนุนซัพพลายเชน แต่หากพิจารณาประโยชน์อาร์เอฟไอดี ผู้ผลิตควรมองไปที่กระบวนการดำเนินธุรกิจภายในไม่ใช่มองความต้องการให้สอด คล้องกับซัพพลายเชนของลูกค้าเท่านั้น
FRID for Logistic
อาร์เอฟไอดีเป็นส่วนประกอบหนึ่งของระบบ การนำเทคโนโลยีนี้ไปใช้งานไม่ใช่มองเฉพาะการนำแถบป้ายอาร์เอฟไอดีไปใช้ แต่ต้องออกแบบโซลูชั่นอาร์เอฟไอดีจากกระบวนการทางธุรกิจที่มีให้ได้ ไม่ว่าจะเป็นการระบุขั้นตอนการแยกประเภทข้อมูล เก็บรวบรวมข้อมูล การสื่อสารและดำเนินการ

เทคโนโลยีอาร์เอฟไอดีได้รับการพัฒนาขึ้นมาใช้เพื่อติดตามเส้นทาง เดินของวัตถุดิบ ระบุ ตู้สินค้า และติดตามอุปกรณ์ สามารถควบคุมลำดับที่มาของสินค้า และสามารถติดตามและจัดการวัตถุดิบ ติดตามสินทรัพย์ คลังสินค้า และกระบวนการจัดการในโรงงานได้

บริษัท โอลด์ โดมิเนียน เฟรท ไลน์ส (โอดีเอฟแอล) ผู้ให้บริการขนสินค้า และโลจิสติกส์ที่มีศูนย์บริการ 117 แห่ง ทั่วอเมริกาเหนือ มีการนำอาร์เอฟไอดีไปใช้ในการจัดการกองทัพรถบรรทุก 2,600 คัน และสามารถสร้างแอปพลิเคชั่นที่ช่วยให้การขนถ่ายสินค้าเป็นไปอย่างรวดเร็วและ ใช้แรงงานน้อย

แถบป้ายอาร์เอฟไอดีถาวรจะติดตั้งอยู่ใน รถบรรทุก เมื่อรถบรรทุกเข้ามายังศูนย์บริการ เครื่องอ่านอาร์เอฟไอดีที่ประตูจะระบุตัวรถและแจ้งการมาถึงผ่านระบบแลนไร้ สาย จากนั้นผู้ดูแลจะกำหนดว่ารถคันไหนต้องไปเทียบท่าที่ใด โดยคนขับรถจะได้รับคำสั่งผ่านคอมพิวเตอร์ที่ติดตั้งภายในรถ ซึ่งจะทำหน้าที่รับข้อมูลจาก ผู้ควบคุมผ่านการเชื่อมต่อระบบแลนไร้สาย หลังจากนำระบบนี้เข้ามาใช้งานสามารถปรับปรุงกระบวนการขนส่ง ลดปัญหาความผิดพลาดในการขนถ่ายสินค้า และสามารถระบุตัวพนักงานขับรถได้อย่างเหมาะสม

ขณะที่บริษัทพาราเมาท์ ฟาร์มส ผู้ดำเนินการธุรกิจด้านถั่วในแคลิฟอร์เนีย ซึ่งเป็นผู้จัดป้อนถั่วพิตาชิโอให้กับสหรัฐมากถึง 60% ได้นำระบบอาร์เอฟไอดีเข้ามาใช้ในการดำเนินงานควบคุมการผลิต เพื่อเพิ่มระดับความถูกต้อง ในช่วงฤดูกาลเก็บเกี่ยวจะมีรถบรรทุกที่ไปรับ ถั่วพิตาชิโอและอัลมอนด์จากเกษตรกรเข้ามายังบริษัทราว 400 คันต่อวัน รถแต่ละคันจะบรรทุกถั่วที่มีน้ำหนัก 5 หมื่นตัน ซึ่งหมายความว่าจะมีถั่วจำนวน 20 ล้านปอนด์ ที่บริษัทต้อง คัดแยกและจัดการในแต่ละวัน

เครื่องอ่านอาร์เอฟไอดีที่ติดตั้งไว้ในโรงงานสามารถระบุรถบรรทุก ผ่านการชั่งน้ำหนักแล้วได้อย่างถูกต้อง โดยไอดีของรถบรรทุกและ น้ำหนักถั่วจะถูกส่งผ่านระบบแลนไร้สายไปยังคอมพิวเตอร์ส่วนกลางภายในศูนย์ ดำเนินงาน นอกจากนี้ บริษัทยังใช้คอมพิวเตอร์ไร้สายของบริษัทอินเตอร์เมคในการเก็บรวบรวมข้อมูล รายละเอียดเกี่ยวกับสินค้า

ตัวอย่างเช่น ปลูกที่ไหน วิธีการเก็บเกี่ยว และข้อมูลของผู้ปลูก โดยข้อมูลส่วนใหญ่ที่ถูกป้อนมาแล้วในบาร์โค้ด บริษัทเพียงแค่อ่านข้อมูลผ่านทางคอมพิวเตอร์พกพาและส่งต่อไปยังศูนย์ดำเนิน การเพื่อเก็บรวบรวมข้อมูลและจัดการคัดแยกเกรดสินค้า

จะเห็นได้ว่าบริษัทพาราเมาท์ และบริษัทโอดีแอฟแอล นำอาร์เอฟไอดีมาใช้ในการจัดการสินทรัพย์ที่มีข้อจำกัดด้านเวลาและมีต้นทุน สูง อาร์เอฟไอดีสามารถปรับใช้ได้ในหลายรูปแบบธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นเครื่องมือ อุปกรณ์ วัสดุหรืองานในกระบวนการผลิต ตลอดจนการติดตามสินทรัพย์เพื่อให้ได้รับผลตอบแทนในการลงทุนที่คุ้มค่า เนื่องจากแถบป้าย

อาร์เอฟไอดีสามารถถูกอ่านได้โดยไม่ต้องใช้คนงานจึงช่วยลดค่าใช้ จ่ายและเชื่อมั่นได้ถึงความถูกต้อง โดยเฉพาะเรื่องการเคลื่อนย้ายสินทรัพย์ที่จะถูกบันทึกโดยอัตโนมัติเมื่อผ่าน เครื่องอ่านอาร์เอฟไอดี หากมีการเคลื่อนย้ายที่ไม่ได้รับอนุญาต ระบบจะแจ้งเตือนให้ทราบ จากการศึกษาของบริษัทแอคเซ็นเจอร์ พบว่าระบบอาร์เอฟไอดีสามารถช่วยผู้ผลิตลดปัญหาสินค้าสูญหายได้ราว 10% และลดปริมาณสินค้าคงคลังได้ถึง 5%

อาร์เอฟไอดีช่วยให้องค์กรสามารถติดตามลำดับที่มาของสินค้าหรือช่วย ด้านการระบุอายุใช้งานได้ แอปพลิเคชั่นด้านการติดตามสามารถช่วยเพิ่มความสามารถให้กับอาร์เอฟไอดีได้ ด้วยการปรับปรุงข้อมูลสินค้าตลอดอายุขัย แท็กอาร์เอฟไอดีแบบอ่านและเขียนได้สามารถเก็บหมายเลขไอดีสินค้าและมีหน่วย ความจำเพิ่มเติมสำหรับบันทึกข้อมูลอื่นๆ ได้ในภายหลัง จะเห็นได้ว่าเมื่อมีการปรับปรุงแท็กสินค้าเป็นประจำ ข้อมูลต่างๆ จะใช้เป็นพื้นฐานในการการติดตามและระบุลำดับที่มาของสินค้า ได้จะช่วยประหยัดต้นทุนให้กับองค์กรได้ ในที่สุด

การทราบลำดับที่มาของสินค้าสามารถ ส่งเสริมการบริการ การดำเนินการส่งกลับและส่งคืนสินค้าได้ โดยบริษัทสามารถตรวจจับและป้องกันความเสียหายที่จะเกิดขึ้นได้ด้วยระบบอา ร์เอฟไอดี ข้อมูลไอดีสินค้าจะสามารถยืนยันได้ว่าสินค้าถูกส่งไปยังสถานที่ที่ถูกต้อง หรือไม่ นอกจากนี้การเชื่อมโยงหมายเลขชิ้นส่วนแต่ละรายการกับลูกค้ายังช่วยให้บริษัท สามารถเรียกคืนสินค้าได้เมื่อต้องการ

นอกจากนี้ อาร์เอฟไอดียังช่วยให้การสำรองวัตถุดิบหรือสินค้าเป็นเรื่องง่ายขึ้น ตัวอย่างเช่น ถ้ามีการเคลื่อนย้ายสินค้าออกจากชั้นวางไปแล้ว ระบบก็จะแจ้งไปยังฝ่ายจัดซื้อเพื่อให้มีการนำสินค้ามาวางเพิ่มเติม สิ่งนี้ช่วยให้องค์กรไม่จำเป็นต้องเก็บสต๊อกสินค้าไว้มากเกินจำเป็น ซึ่งช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายได้มากเนื่องจากองค์กรไม่จำเป็นต้องเสียค่าดูแลใน การจัดเก็บวัตถุดิบและสินค้า รวมถึงค่าเช่าพื้นที่ในการ จัดเก็บและแรงงานที่ต้องใช้อีกด้วย

ในหลายแอปพลิเคชั่น แถบป้ายอาร์เอฟไอดีทำหน้าที่เป็นกุญแจของระบบที่ใช้ปลดล็อกข้อมูลสินค้าจาก ฐานข้อมูล อาร์เอฟไอดีสร้างมูลค่าและให้ผลตอบแทนการลงทุนได้อย่างรวดเร็ว แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับการปรับใช้ให้สอดคล้องกับระบบการทำงานที่มีอยู่ด้วย

เหตุผลหนึ่งที่แอปพลิเคชั่นของบริษัทโอดีเอฟแอล ประสบผลสำเร็จก็คือ การใช้ระบบแลนไร้สายและโครงสร้างพื้นฐานด้านการประมวลผลเคลื่อนที่ที่บริษัท มีอยู่แล้ว จะเห็นได้ว่ามีการปรับเปลี่ยนซอฟต์แวร์ให้สามารถรับข้อมูลจากตัวอ่านอาร์เอ ฟไอดีที่ประตู และ ส่งต่อข้อมูลนั้นไปยังผู้ปฏิบัติงาน เป็นการปรับปรุงกระบวนงานให้เพิ่มขึ้นโดยไม่ต้องแทนที่เทคโนโลยีที่มีอยู่ ทำให้ได้รับผลตอบแทนการลงทุนได้อย่างรวดเร็ว

อย่างไรก็ตาม แถบป้ายอาร์เอฟไอดีไม่ใช่สิ่งสำคัญรายการเดียว ยังต้องมีการใช้งานร่วมกับเครื่องอ่าน ซอฟต์แวร์และการรวมเข้ากับคอมพิวเตอร์ส่วนกลางผ่านการติดต่อไร้สาย แท็กอาร์เอฟไอดีแบบอ่านและเขียนได้สามารถใช้ซ้ำได้นับพันครั้ง พร้อมทั้งสามารถเข้ารหัสข้อมูลบนแท็กได้ การเปลี่ยนแปลงแอปพลิเคชั่นไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงฮาร์ดแวร์ เครื่องพิมพ์ป้ายผนึกที่ฉลาดสามารถใช้เข้ารหัสแถบป้ายอาร์เอฟไอดีได้อย่างต้องการ

ที่มา: http://www.rfid.in.th

วันพฤหัสบดีที่ 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2551

มาทำความรู้จักกับ RFID เทคโนโลยีแห่งอนาคตกันครับ

RFID




RFID (Radio Frequency Identification) คือ ระบบเก็บข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการคำนวณ และการรักษาความปลอดภัยของข้อมูล ซึ่งส่งกำลังด้วยคลื่นแม่เหล็ก หรือคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า แทนการสัมผัสทางกายภาพ โดยมีการคาดการณ์กันว่าเทคโนโลยีดังกล่าว จะเข้ามามีบทบาทในการดำเนินธุรกิจ และการใช้ชีวิตประจำวันในระดับเดียวกับเทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์ ,อี-คอมเมิทสร์(e--commerce) หรือแม้กระทั่งระบบสื่อสารไร้สายเลยก็ว่าได้


ระบบดังกล่าวสามารถนำมาประยุกต์ใช้ได้หลากหลาย อาทิ การค้าปลีก ,การค้าส่ง ,การผลิต ,การรักษาความปลอดภัย ,การทดแทนระบบบาร์โค้ด การเก็บประวัติ และติดตามสัตว์ เป็นต้น โดยตัวอย่างที่เห็นได้ชัดเจนในปัจจุบัน ได้แก่ บัตร Proximity ที่ใช้เป็นบัตรพนักงาน หรือเข้าออกสถานที่ และบัตรโดยสารรถไฟฟ้าใต้ดิน เป็นต้น

ความสำคัญของ RFID จะเริ่มเห็นภาพที่ชัดเจนขึ้นเมื่อองค์การการค้าโลก หรือ WTO ประกาศใช้อย่างจริงจัง โดยสินค้าต่างๆจะกระจายไปทุกที่ทั่วโลก จะมีการแลกเปลี่ยนสินค้า และบริการมากมายชนิดที่เรียกว่าไม่เคยเป็นมาก่อน ในอนาคตสินค้าโอท็อป (OTOP) ของประเทศไทยอาจไปวางขายอยู่ที่ประเทศอเมริกา และสินค้าจากประเทศอื่นที่อาจไม่เคยได้ยินชื่อมาก่อนจะมาวางขายในกรุงเทพฯ สินค้านับล้านล้านชิ้นจะถูกส่งข้ามโลกผ่านเมืองท่าต่างๆ

เพราะฉะนั้นไม่ต้องสงสัยเลยว่าผู้ที่จะมีอิทธิพลต่อการค้ารูปแบบใหม่นี้จะ เป็นอื่นไม่ได้ นอกจากผู้ที่สามารถควบคุมระบบขนส่ง(Logistic) และสายการผลิต (Supply chain)ได้ ในเมื่อต่อไปเรื่องต้นทุน ,ความรวดเร็ว และความถูกต้อง จะกลายเป็นปัจจัยที่สำคัญในการแข่งขัน และการอยู่รอดในตลาดโลก เนื่องจากสินค้าจะต้องสามารถตรวจสอบได้ถึงที่มา ทั้งกระบวนการผลิต ตลอดจนถึงวิธีการผลิต โดยไม่เว้นแม้แต่สินค้าการเกษตร เช่น เนื้อวัว เนื้อหมู หรือเนื้อไก่ ที่จะถูกส่งออกสู่ตลาดโลก จะต้องสามารถตรวจสอบถึงวิธีการเลี้ยง การให้วัคซีน การป้องกันโรคระบาด เพื่อผู้บริโภคจะมั่นใจได้ถึงความปลอดภัยและคุณภาพ

สิ่งที่จะสามารถตอบโจทย์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการตรวจสอบข้อมูลที่มาของสินค้า ผู้ผลิต สามารถบอกปลายทาง วันหมดอายุ ฯลฯ ทั้งหมดจะรวมอยู่ในเทคโนโลยีที่ถูกคาดการณ์ว่าเป็น 1 ใน 10 เทคโนโลยีที่จะเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตของคน นั่นคือ เทคโนโลยีที่เรียกว่า "RFID"

โดยมีการคาดการณ์กันว่าภายในปี 2551 ตลาดทางด้าน RFID จะมีมูลค่ารวมกันทั่วโลกสูงถึง 124,000 ล้านบาท ล่าสุดในต่างประเทศทั้งที่อเมริกา และยุโรป ยักษ์ใหญ่ทางด้านการขาย และการผลิตกำลังอยู่ในระหว่างทดสอบระบบดังกล่าว เพื่อใช้ในระบบการผลิต โดยคาดว่าจะเริ่มใช้งานจริงในปี 2548 นอกจากนี้ประเทศสิงคโปร์ ผู้นำทางด้านการขนส่ง และเทคโนโลยี เตรียมทุ่มเงินประมาณ 2,320 ล้านบาทภายในปี 2549 เพื่อสนับสนุนการพัฒนาทางด้านเทคโนโลยีอาร์เอฟไอดีในประเทศ

นอกจากนี้ประเทศสิงคโปร์ยังได้นำเทคโนโลยีอาร์เอฟไอดี มาใช้ในการเชื่อมโยงท่าเรือระหว่างท่าเรือในประเทศ กับท่าเรือของสหรัฐอเมริกา ซึ่งถือว่าใหญ่เป็นอันดับหนึ่งของโลก โดยเป็นรายแรกในทวีปเอเชีย ที่นำระบบดังกล่าวมาทดลองใช้ในการผนึกตู้คอนเทนเนอร์ทั้งหมดที่ส่งไปอเมริกา ตามมาตรฐานของ U.S. Container Security Initiative

ด้านการพัฒนาสิงคโปร์ยังได้มีการจัดกลุ่มบริษัท และองค์กรต่างๆภายในประเทศ มาร่วมมือกันทำงานเป็นกลุ่มเพื่อศึกษา และพัฒนาระบบดังกล่าว ซึ่งไม่เพียงแต่จะพัฒนาให้เป็นผู้เชี่ยวชาญทางด้านเทคนิค แต่ยังมุ่งเน้นการพัฒนาบุคลากรด้านการบริหาร และปฏิบัติการด้านดังกล่าวออกมา เพื่อรองรับการนำไปใช้ในภาคธุรกิจในอนาคต

ลองหันกลับมามองที่ประเทศไทยบ้าง เทคโนโลยีอาร์เอฟไอดีถือว่ายังเป็นที่รู้จักไม่แพร่หลายมากนัก โดยจะมีแค่เพียงกลุ่มเฉพาะที่ดำเนินธุรกิจ และมีส่วนเกี่ยวข้องที่ต้องใช้เทคโนโลยีดังกล่าวเท่านั้นที่รู้จัก นอกนั้นแทบจะไม่มีใครทราบเลยว่าเทคโนโลยีดังกล่าวคืออะไร ทั้งๆที่ในต่างประเทศกระแสดังกล่าวตื่นตัวอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นทางด้านการเกษตรซึ่งเป็นสินค้าของประเทศไทย ปัจจุบันมีความตื่นตัวอย่างมากในการนำเทคโนโลยีดังกล่าวมาใช่ในการลงทะเบียน สัตว์

ไม่แน่เทคโนโลยี RFID อาจจะได้รับการตอบรับอย่างแพร่หลายในประเทศไทยก็ว่าได้ เป็นเพราะคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) ได้อนุมัติคลื่นความถี่ย่ายยูเอชเอฟระหว่าง 920-925 เมกะเฮิรตซ์เพื่อนำไปใช้กับ RFID ซึ่งเป็นชิปที่ใช้ติดตัวสินค้าแทนบาร์โค้ด

ที่มา: http://www.rfid.in.th