วันศุกร์ที่ 3 ตุลาคม พ.ศ. 2551

จีเมล์ทิป: จะค้นหาข้อมูลในจีเมล์แอคเค้าท์ของคุณให้ง่ายและรวดเร็วได้อย่างไร???

สวัสดีวันศุกร์แห่งชาติครับ ครึ้มฟ้าครึ้มฝนแต่เช้าเลย พอสายมาฝนเริ่มพรำๆ จนบัดเดี๋ยวนี้ยังไม่หยดตก(ที่จริงฝนก็ตกตั้งแต่เช้ามืดวันนี้แล้วหล่ะครับ) ก็ดีครับ ทำให้บรรยากาศในกรุงเทพฯ เย็นสบายดี รถอาจจะติดสักหน่อย และถ้าใครเดินทาง ขับรถขับเรือก็ขอให้ระมัดระวังกันนะครับ และวันนี้ผมมีทิป เทคนิคเกี่ยวกับการค้นหาในจีเมล์ สำหรับผู้ใช้งานจีเมล์มาแนะนำกันลองไปใช้ดูด้วยครับ

โดยปกติแล้ว ถ้าคุณจะค้นหาเมล์ที่เข้ามาในจีเมล์แอคเค้าท์ของคุณ ก็เพียงแค่ใส่คำค้นหรือคีย์เวิร์ดลงไปในช่องค้นหาเมล์ ที่อยู่ด้านบนของหน้าจีเมล์ แล้วก็เอนเทอร์(หรือคลิกที่ปุ่ม search mail) แต่วิธีนี้ ถ้าในกรณีที่มีเมล์ในกล่องเยอะๆ คุณต้องมาทำการคลิกเบรา ค้นหาดูทีละหน้าๆ ซึ่งอาจจะทำให้เสียเวลา ได้ผลลัพธ์ที่ต้องการช้า(พูดง่ายๆก็คือ ไม่ทันกิน นั่นแหล่ะครับ)

ดังนั้นวันนี้ผมจึงขอนำเสนอการใช้ "Operators" เพื่อช่วยในการค้นหาและกรองผลลัพธ์ที่ตรงใจ ง่ายและรวดเร็วยิ่งขึ้น โดยมีโอเปอเรเตอร์ที่ผมใช้บ่อยๆ ดังต่อไปนี้ :-

  • from: ใช้สำหรับระบุการค้นหาเมล์จากคนที่ส่งมา เช่น from:nina (เป็นการค้นหาเมล์ที่ nina ส่งมาหาคุณ) เช่นเดียวกัน คุณสามารถใช้ to:, subject:, cc: และ bcc: ได้ด้วยเหมือนกัน

  • has:attachmentใช้สำหรับระบุการค้นหาเมล์ใดๆที่มีไฟล์แนบ ซึ่งสามารถใช้คู่กับ from: ได้ เช่น from:ninahas:attachment เป็นต้น

  • after:ใช้สำหรับระบุการค้นหาเมล์ตามช่วงวันที่ที่คุณได้รับเมล์นั้นๆ โดยมีรูปแบบวันที่เป็น YYYY/MM/DD ทั้งนี้สามารถใช้ควบคู่กับ before: ได้ เช่น after:2008/009/01 before:2008/10/01 เป็นต้น

  • in: ใช้สำหรับระบุการค้นหาเมล์ในตู้รับจดหมาย, ถังขยะ, สแปม, หรือที่ใดๆ เช่น in:anywhere (ค้นหาจากที่ใดก็ได้ในจีเมล์ของคุณ), in:inbox (ค้นหาเฉพาะในกล่องจดหมาย), in:trash (ค้นหาเฉพาะในถังขยะ), in:spam (ค้นหาเฉพาะในสแปม) เป็นต้น

  • is: ใช้สำหรับระบุการค้นหาเมล์ตามสถานะเมล์ที่คุณระบุไว้ เช่น is:starred (ค้นหาเมล์ที่ติดดาวไว้), is:read (ค้นหาเมล์ที่อ่านไปแล้ว), is:unread (ค้นหาเมล์ที่ยังไม่ได้อ่าน) เป็นต้น

  • filename: ใช้สำหรับระบุการค้นหาเมล์ที่มีแนบไฟล์ตามชื่อไฟล์ที่คุณระบุไป เช่น filename:linkdownloadvideo.txt เป็นต้น

  • label: ใช้สำหรับระบุการค้นหาเมล์ที่คุณติดลาเบลเอาไว้ เช่น from:thani label:friends เป็นต้น


ทั้งนี้ทั้งนั้น เงื่อนไขการใช้งานระหว่างโอเปอเรเตอร์นั้น

  • จะต้องมี space (เคาะช่องว่าง 1 ครั้ง) ดังตัวอย่าง(กรณีที่มีการใช้โอเปอเรเตอร์มากกว่า 1 ตัว) ที่แสดงข้างต้น



  • และจีเมล์จะใช้ AND (โดยอัตโนมัติ)ในการตรวจสอบเงื่อนไข(กรณีที่มีการใช้โอเปอเรเตอร์มากกว่า 1 ตัว เช่นกัน)



  • แต่ถ้าคุณต้องการที่จะใช้ OR ระหว่างโอเปอเรเตอร์ที่ใช้มากกว่า 1 ตัว ก็สามารถใช้ได้ เช่น from:nina OR from:thani (และ OR ต้องเป็นตัวอักษรพิมพ์ใหญ่เท่านั้น) เป็นต้น

  • รวมไปถึงสามารถใช้ - (ใช้เครื่องหมายขีดกลาง สำหรับตัดผลลัพธ์ตามข้อความที่อยู่หลังเครื่องหมาย) และ " " (ใช้ฟันคู่ สำหรับค้นหาเฉพาะวลีหรือข้อความที่อยู่ในเครื่องหมายนั้น) ได้อีกด้วย


เป็นยังไงกันบ้างครับ เต็มอิ่มกับทิปสำหรับการค้นหาจดหมายในจีเมล์ ตามเงื่อนไขที่คุณต้องการกันไปเรียบร้อย ลองนำไปใช้กันดูนะครับ ;)

วันพฤหัสบดีที่ 2 ตุลาคม พ.ศ. 2551

อยากเป็นพรีเมี่ยมแอดเซ้นส์พับบลิชเชอร์กันไหม แล้วดียังไง???

เคยเห็น Adsense ads unit ในบางเว็บไหมครับ ว่าทำไมจึงมีรูปแบบไม่เหมือนปกติจากที่ใช้กันอยู่ทั่วไป ดูดี ดูสวยงาม แปลกตาดีกว่าปกติ แล้วจะทำอย่างไรให้สามารถทำได้ปรับแต่ง เปลี่ยนแปลง รูปแบบและจัดการแอดเซ้นต์ยูนิตได้ เหมือนๆกับเว็บเหล่านั้น นั่นก็เพราะว่า เว็บเหล่านั้นเป็น "AdSense Premium account" นั่นก็คือได้รับสิทธิพิเศษมากมายกว่าแอคเค้าท์ปรกติ ซึ่งไม่เหมือนกับ "Premium Wordpress themes" นะครับ เพราะไม่สามารถซื้อได้ด้วยเงิน นั่นเอง

แล้วจะรู้ได้อย่างไรว่าโฆษณาอันไหน เว็บไหนติด "Premium AdSense ads unit"?

วิธีการ ที่จะดูว่าโฆษณาอันไหนเป็น Premium AdSense ads unit สามารถสังเกตที่การปรับแต่ง รูปแบบและขนาดของตัวอักษร รวมไปถึงวลีหรือข้อความที่อยู่ส่วนบนของ adsense unit นั่นแหล่ะครับ ดังตัวอย่างในรูปที่แสดงข้างต้น จะเห็นมีข้อความทั้ง  “Ads by Google”, “Sponsored Results”, “Sponsored Links” ซึ่งคำว่า “Sponsored Results”, “Sponsored Links” นั้น สามารถเปลี่ยนมาจาก “Ads by Google" ได้ นั่นเอง และในความเป็นจริงแล้ว อาจจะมีบางที่ บางเว็บ ที่เปลี่ยนสีพื้นของ adsense unit ด้วย

แล้วจะทำอย่างไรหล่ะ ถึงจะเป็น "AdSense Premium Publishers" ได้?

เริ่มต้นนั้น เว็บของคุณจะต้องมีคนเข้ามาเปิดดูมากกว่า 20 ล้าน pageviews ต่อเดือน หรือถูกค้นหาในเว็บอย่างน้อย 5 ล้านครั้งต่อเดือน ซึ่งเว็บไหนหรือใครทำได้ เข้าไปรอคัดเลือกได้เลยที่ AdSense premium service

ซึ่งเว็บไซต์ที่ผ่านการคัดเลือกจะได้รับสิทธิประโยชน์และสิทธิพิเศษ ดังต่อไปนี้ :-

  • Google sales representative and account manager

  • Additional monetization options

  • Customized revenue terms

  • More Flexible ad formats

  • Advanced and more robust filtering

  • Assistance with site optimization

  • Enhanced technical support from a sales engineer

  • Business support from a dedicated account manager

  • Monetization of search results

  • Optional labeling of ads


ปล. แปลเองนะครับ แบบว่า ภาษาอังกฤษไม่ค่อยแข็งแรง ;)

เอาหล่ะ เว็บไหนหรือใครทำให้เว็บตัวเองมีคนเข้ามาเปิดดูมากกว่า 20 ล้าน pageviews ต่อเดือน หรือถูกค้นหาในเว็บอย่างน้อย 5 ล้านครั้งต่อเดือน เข้าไปรอคัดเลือกที่ AdSense premium service ได้เลยครับ ส่วนผมยังอีกนานครับ แหะๆ

Cheers!

วันพุธที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2551

gmail trick: มาดูกันว่าใคร เว็บไหน เอาอีเมล์ของคุณไปใช้หรือขายให้กับสแปมเมอร์

คุณจำได้ไหมว่าเคยเอา email address ของคุณไปสมัครสมาชิกหรือใช้บริการของเว็บไหนมาบ้าง?

แล้วรู้ไหมว่ามีใคร หรือเว็บไหนที่เอาอีเมล์ของคุณไปใช้หรือขายให้กับสแปมเมอร์?

สวัสดีตอนบ่ายแก่ๆครับ ผมคิดว่าหลายคนคงจะเคยใช้อีเมล์แอ๊ดเดรสของตนเองไปสมัคร ลงทะเบียนหรือใช้งานเว็บต่างๆมากกันบ้างแล้ว และไม่ต้องการให้เจ้าของเว็บนั้นๆ เอาอีเมล์ของคุณไปค้า ขายหรือเอาไปให้เหล่าสแปมเมอร์ทั้งหลาย ส่งสแปมเมล์มาหาคุณกันใช่ไหมหล่ะครับ

วันนี้ผมมีทริกมาแนะนำ สำหรับดู เช็คว่าใคร เว็บไหน เอาอีเมล์ของคุณไปใช้หรือขายให้กับสแปมเมอร์ ซึ่งทริคนี้สามารถใช้ได้เฉพาะคนที่ใช้บริการฟรีอีเมล์ของ กูเกิ้ลเมล์ เท่านั้นนะครับ มีวิธีการอย่างไรนั้น ไปดูกันเลย :-

วิธีการ ก็คือ เมื่อคุณจะใช้อีเมล์ของคุณเพื่อสมัคร ลงทะเบียน ขอใช้บริการใดๆ กับทางเว็บใดเว็บหนึ่ง

ยกตัวอย่างเช่น อีเมล์ของคุณคือ username@gmail.com แล้วคุณต้องการที่จะลงทะเบียนที่เว็บ samplesite.com และแทนที่คุณจะใช้ username@gmail.com ให้คุณเปลี่ยนไปใช้ username+samplesitecom@gmail.com และกรอกลงไปในช่องที่ให้ระบุอีเมล์แทน จากนั้นเมื่ออีเมล์ของคุณถูกนำเอาไปใช้ หรือขายให้กับสแปมเมอร์และส่งสแปมเมล์มาหาคุณ เมื่อทาง gmail เห็นเครื่องหมาย "+" (เครื่องหมายบวก) ที่อยู่ในอีเมล์แอดเดรสของคุณ มันก็จะตัดเอาตัวอักษรทั้งหมดที่อยู่ทางซ้ายของเครื่องหมาย "+" โดยจะได้เป็น username@gmail.com นั่นเอง และคุณก็ยังสามารถได้รับเมล์ที่ส่งมาเหมือนเดิม และรู้ว่าใคร เว็บไหน ส่งเมล์มาหาคุณด้วย โดยคลิกที่ Show Detail ในเมล์นั้นๆ เพื่อดูรายละเอียดได้ครับ

ทั้งนี้คุณสามารถทำการค้นหาใน gmail ได้โดยใช้คีย์เวิร์ดว่า username+samplesitecom เพื่อดูว่ามีเมล์ไหนบ้างที่ส่งเข้าที่ที่อีเมล์แอดเดรสนี้บ้าง เท่านี้ก็เรียบร้อยหล่ะครับ

สำหรับใครที่ใช้ gmail อยู่หล่ะก็ ลองนำไปใช้ดูนะครับ :D