วันพุธที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2552

อยากรู้ Mac Address ในเครื่อง iPhone ของคุณมั๊ย?

สวัสดีครับ วันนี้มาแนะนำวิธีดู Mac Address ในเครื่อง iPhone ของคุณ เผื่อว่าใครที่อยากต่อ iPhone เล่นอินเตอร์เน็ตผ่านอุปกณ์ Wireless Router ที่คุณใช้เล่นอินเตอร์เน็ตอยู่ ซึ่งมีวิธีการดังต่อไปนี้

1. ที่หน้าแรก iPhone ให้ไปที่เมนูไอคอน Settigs ดังรูป



2. ในส่วนของ Settings ให้ไปที่แท๊บเมนู General ดังรูป



3. ในส่วนของ Geneal ให้ไปที่แท๊บเมนู About ดังรูป



4. จากนั้นก็เลื่อนดูในหน้า About ก็จะเห็น Mac Address, Bluetooth Addess รวมไปถึงข้อมูลอื่นๆ ของเครื่อง iPhone คุณแล้วหล่ะครับ ดังรูปตัวอย่าง



เพียงเท่านี้คุณก็จะสามารถนำ iPhone Mac Address ในเครื่องของคุณเพื่อนำไปทำการ Setup หรือ Config ในอุปกรณ์เน็ตเวิร์คได้แล้วหล่ะครับ ;)

วันเสาร์ที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2552

จะเลือกใช้บริการ Web Hosting อย่างไรให้ถูกใจเรา

หลายคนที่คิดอยากจะทำเว็บขึ้นมาซักเว็บหนึ่ง อาจจะเป็นเว็บส่วนตัว บล็อกส่วนตัว เว็บค้าขายของ เว็บเพื่อน เว็บชมรม เว็บสมาคม เว็บแฟนคลับ เว็บบริษัท หรือสารพัดเว็บอื่นๆอีกมากมาย ซึ่งตรงนี้เราจำเป็นที่จะต้องหาพื้นที่หรือเว็บโฮสติ้งสำหรับเช่า รวมไปถึงการจดโดเมนด้วย

และสิ่งต่อไปนี้ เป็นสิ่งที่ผู้ใช้เลือกบริการใหม่ๆ ส่วนใหญ่จะคำนึงถึงมาเป็นอันดับแรกๆ ในการเลือกใช้บริการเว็บโฮสติ้ง ได้แก่

  • ราคาถูก

  • ให้พื้นที่เยอะ

  • ให้แบนด์วิธ หรืออัตราการถ่ายโอนข้อมูล ต่อเดือน สูง

  • บริการดี ตลอด 24 ชั่วโมง


เหล่านี้เป็นเหตุผลแรกๆ ที่นำมาใช้ในการตัดสินใจ แต่ก็ไม่เสมอไปที่เว็บโฮสติ้งราคาถูก จะดีและเหมาะกับเรา ดังนั้น จึงขอแนะนำว่าควรจะมีสิ่งอื่นๆ ที่ต้องนำมาเป็นเหตุผลในการเลือกใช้บริการเว็บโฮสติ้งด้วย ดังต่อไปนี้

  • ระบบปฏิบัติการ หรือโอเอส ซึ่งมีอยู่ 2 ตัวหลักๆ ได้แก่ Windows และ Unix/Linux แล้วทำไมต้องคำนึงถึงโอเอส ก็เพราะว่าคุณจะได้เลือกใช้ภาษาในการเขียนเว็บ พัฒนาเว็บหรือใช้พวกสคริปต์ฟรีทั้งหลายที่โฮสรองรับ

  • ภาษาที่รองรับ เพื่อใช้ในการพัฒนาเว็บหรือนำสคริปต์ฟรีมาใช้ เช่น ASP, .NET, PHP, CGI, PERL เป็นต้น

  • ระบบอีเมล์ สำหรับใช้งานเมล์ภายใต้โดเมนเว็บของเราเอง

  • Sub-Domain เผื่อจะเอาไว้ใช้งานทำเว็บอย่างอื่น ซึ่งอยู่ภายใต้โดเมนของเราเอง

  • ระบบฐานข้อมูล เพื่อใช้ในการจัดเก็บข้อมูล เช่น MySQL, MS SQL เป็นต้น

  • FTP Access หรือการเข้าถึงโฮสติ้งด้วยการ FTP เพื่อเป็นช่องทางในการอัพโหลด/ดาวน์โหลดข้อมูลสำหรับการอัพเดท เปลี่ยนแปลงข้อมูลในเว็บ ซึ่งบางที่อาจจะรองรับแค่ FTP Client บางที่อาจจะรองรับแค่ FTP ผ่านเว็บ แต่บางที่อาจจะรองรับทั้งสองวิธี

  • Antivirus/AntiSpam เพื่อป้องกันไวรัสที่จะมาทำความเสียหายให้กับระบบของเราหรือการ Spam ของข้อความที่ไม่พึงประสงค์ รวมไปถึงเพื่อป้องกันการยิงเว็บไซต์

  • Component ที่จำเป็นสำหรับใช้ในการเขียนเว็บ หรือพัฒนาเว็บ

  • รอบรับ SSL(Secure Socket Layer) เป็นการเข้ารหัสเพื่อรักษาความปลอดภัยของข้อมูล โดยเฉพาะอย่างยิ่งการทำเว็บไซต์อีคอมเมิร์ส หรือเว็บไซต์ที่มีการส่งข้อมูลส่วนตัว

  • ระบบBackup สำรองข้อมูล สำหรับทำการBackup สำรองข้อมูลในเว็บของเรา หากเกิดปัญหาขึ้น

  • และเหตุผลปลีกย่อยอื่นๆ เช่น รองรับ Google Apps เป็นต้น


เหล่านี้ หวังว่าคงจะพอเป็นเหตุผลที่จะช่วยให้คุณเลือกใช้บริการ Web Hosting ที่ถูกใจ และใช้งานได้ตามความต้องการ ไม่มากก็น้อยครับ ;)

วันอังคารที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2552

มาใส่ Twitter Follow Badge ลงเว็บลงบล็อกกันมั๊ย

สวัสดีครับ จากที่ผมเคยแนะนำบทความ ใส่ตัวนับผู้ติดตามเราใน Twitter ลงบล็อกด้วย TwitterCounter วันนี้มาแนะนำTwitter Follow Badge ไปใช้กันครับ และเหมาะอย่างยิ่ง สำหรับWebmaster, Blogger ทั้งหลายด้วยครับ แล้วเจ้าTwitter Follow Badge มันคือออะไรเหรอ?

Twitter Follow Badge ผมเรียกมันว่า "แหนบติดตามทวิสเตอร์" ซึ่งเป็นแถบหรือแหนบติดแปะไว้ข้างๆ(ซ้าย หรือขวา) ของเว็บหรือบล็อก เพื่อให้ผู้เยี่ยมชมเว็บหรือชมบล็อกสามารถคลิก แล้วติดตามเราใน Twitter ได้ง่ายยิ่งขึ้น อีกอย่างผมว่ามันอินเทรนด์เข้ากับความฮิตของ Twitter แถมเท่ห์ และเก๋ดีครับ ดังรูปตัวอย่าง



หรือสังเกตแหนบติดตามทวิสเตอร์ข้างขวา ที่ผมเอามาติดโชว์ไว้ในบล็อกนี่หล่ะครับ

ส่วนวิธีนำTwitter Follow Badge หรือ "แหนบติดตามทวิสเตอร์" มาใส่ในเว็บ ในบล็อกเรามีดังนี้ครับ

  • ให้ไปตามลิงค์ TwitterFollowBadge นี้

  • จากนั้นกรอก Twitter Account, เลือกลาเบลข้อความที่ต้องการให้แสดง, เลือกสี, เลือกข้างซ้ายหรือขวา ว่าจะให้แสดงแหนบติดตามทวิสเตอร์(ไม่เกี่ยวกับแดง เหลือง น้ำเงินนะครับ ฮา) รวมไปถึงระบุตำแหน่งที่จะให้โชว์แหนบติดตามทวิสเตอร์ด้วย ดังรูปตัวอย่างโค้ดของผม


  • จากนั้นก็คลิกปุ่ม Update Code เพื่อรับโค้ดไปแปะ indexไฟล์ หรือ index template ในเว็บ ในบล็อกเราได้เลย

  • โดยคัดลอกโค้ดแหนบติดตามทวิสเตอร์ไปวางไว้ในแท๊ก <BODY>ใส่โค้ดแหนบติดตามทวิสเตอร์ในระหว่างนี้</BODY>

  • เพียงเท่านี้ ก็ช่วยอำนวยความสะดวกให้เพื่อนๆ ผู้เยี่ยมชมเว็บ ชมบล็อก ติดตามเราใน Twitter ได้ง่ายๆแล้วครับ

  • หมายเหตุ: แหนบติดตามทวิสเตอร์จะไม่แสดงในเบราเซอร์ IE6 นะครับ


ลองนำTwitter Follow Badge หรือแหนบติดตามทวิสเตอร์ไปใช้ดูนะครับ :)